ไดชาร์จไม่เสีย แต่ เสื่อม
เมื่อเราใช้รถยนต์ไปได้ระยะหนึ่ง
ไดชาร์จของรถจะค่อยๆมีปัญหา ทั้งจากอายุการใช้งาน
ความร้อนของเครื่องยนต์ และจากฝุ่นละอองและน้ำที่เข้าไปในไดชาร์จ
ทำให้ไดชาร์จก็มีโอกาสเสื่อมได้
ความร้อนของเครื่องยนต์ และจากฝุ่นละอองและน้ำที่เข้าไปในไดชาร์จ
ทำให้ไดชาร์จก็มีโอกาสเสื่อมได้
ภาพของไดชาร์จ (Alternator)
ไม่เสีย
แต่เสื่อม โดยปล่อยกระแสไฟออกมาไม่เป็นตามที่กำหนด มีวิธีทดสอบแบบง่ายๆ
ดังนี้
หาโวลท์มิเตอร์ชนิดตัวเลขมาต่อเข้ากับระบบไฟ
( อาจเป็นแบบที่เสียบกับที่จุดบุหรี่ หรือ หนีบกับขั้วบวกและ ลบ ของแบตเตอรี่ ) สตาร์ทรถยนต์ เดินเครื่องในรอบเดินเบา ให้ดูที่โวลท์มิเตอร์ ว่าตัวเลขได้เท่าไหร่
ไดชาร์จปกติควรปั่นไฟออกมากี่โวลท์ ?
**************
**************
(ต้อง
ไม่ต่ำกว่า 13.5 โวลท์ ซึ่งจริงๆ ควรได้ถึง
13.8 -14.6 โวลท์)
จากนั้นให้เปิดใช้อุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าในรถทีละอย่างจนครบทุกอย่าง เช่น เปิดแอร์ เปิดวิทยุ เปิดไฟหน้า เปิดที่ปัดน้ำฝน ไล่ฝ้า เป็นต้น เรียกว่า มีไฟฟ้าอะไร ก็เปิดให้หมด แล้วสังเกตุตัวเลขที่โวล์ทมิเตอร์ จะค่อยๆลดลง แต่อย่างไรก็ตามจะต้องไม่ต่ำกว่า 12.8 โวลท์ ถ้าต่ำกว่าแสดงว่าไดชาร์จไม่ชาร์จกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอริ่ และถ้าต่ำกว่า12 โวลท์ถือว่าขณะนั้นระบบไฟฟ้าในรถดึงกระแสไฟฟ้าแบตเตอรี่มาใช้งานให้ทำการตรวจสอบไดชาร์จ
จากนั้นให้เปิดใช้อุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าในรถทีละอย่างจนครบทุกอย่าง เช่น เปิดแอร์ เปิดวิทยุ เปิดไฟหน้า เปิดที่ปัดน้ำฝน ไล่ฝ้า เป็นต้น เรียกว่า มีไฟฟ้าอะไร ก็เปิดให้หมด แล้วสังเกตุตัวเลขที่โวล์ทมิเตอร์ จะค่อยๆลดลง แต่อย่างไรก็ตามจะต้องไม่ต่ำกว่า 12.8 โวลท์ ถ้าต่ำกว่าแสดงว่าไดชาร์จไม่ชาร์จกระแสไฟฟ้าให้กับแบตเตอริ่ และถ้าต่ำกว่า12 โวลท์ถือว่าขณะนั้นระบบไฟฟ้าในรถดึงกระแสไฟฟ้าแบตเตอรี่มาใช้งานให้ทำการตรวจสอบไดชาร์จ
แสดงว่า
ไดชาร์จเสื่อมถอยแล้ว ต้องซ่อม หรือเปลี่ยน
อาจมีสาเหตุมาจากเรกกูเตอร์ (วงจรควบคุมแรงดันของไดชาร์จ) อาจมีปัญหา
ผลเสียคือแบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วเพราะถูกชาร์จด้วย
จากนั้นทดลองเร่งเครื่องยนต์ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2000 - 2500
รอบ ตัวเลขโวลท์มิเตอร์
จะต้องขึ้น ประมาณ13.8-14.7 โวลท์
อาจมากกว่านี้ได้เล็กน้อยแต่ต้องไม่เกิน 15 โวลท์ถ้ามากกว่า
15
โวลท์ อาจมีสาเหตุมาจากเรกกูเตอร์ (วงจรควบคุมแรงดันของไดชาร์จ) อาจมีปัญหา
ผลเสียคือแบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วเพราะถูกชาร์จด้วย
แรงดันที่สูงเกินกำหนด การที่ไดชาร์จเสื่อมถอย
อาจเกิดการ โอเวอร์ชาร์จ
เป็นสาเหตุทำให้ แบตเตอรี่ร้อน เสื่อมอายุเร็วขึ้น หรือ การอันเดอร์ชาร์จ
ประจุไฟเข้าไม่พอ โดยเฉพาะการใช้งานในเวลากลางคืน
นอกจากประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ไม่พอ ยังอาจจะดึงไฟจากแบตเตอรี่ออกมา
ช่วยใช้งานด้วยซ้ำไป จึงทำให้เกิดซัลเฟตจับตามแผ่นธาตุ แบตเตอรี่จึงเสื่อมสภาพเร็วหรือว่า ไฟแบตเตอรี่อ่อนจนกระทั่ง ไม่สามารถสตาร์ทรถได้
เป็นสาเหตุทำให้ แบตเตอรี่ร้อน เสื่อมอายุเร็วขึ้น หรือ การอันเดอร์ชาร์จ
ประจุไฟเข้าไม่พอ โดยเฉพาะการใช้งานในเวลากลางคืน
นอกจากประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ไม่พอ ยังอาจจะดึงไฟจากแบตเตอรี่ออกมา
ช่วยใช้งานด้วยซ้ำไป จึงทำให้เกิดซัลเฟตจับตามแผ่นธาตุ แบตเตอรี่จึงเสื่อมสภาพเร็วหรือว่า ไฟแบตเตอรี่อ่อนจนกระทั่ง ไม่สามารถสตาร์ทรถได้
หลายคนยังไม่รู้ว่า
ไดชาร์จ จ่ายไฟได้มากถึง 14 โวลท์เห็นว่าแบต
12 โวลท์
ก็เลยเข้าใจว่าแรงดันไดชาร์จเกิน กว่าที่แบตเตอรี่รับได้ก็เลย
ทำให้น้ำกรดเดือด
รถคันไหนไดชาร์จเกิน 14 ประมาณ 14.1 ,14.2 โวลท์ จะใช้แบตเตอรี่ทนนานหลายปี
ส่วนใหญ่เจอ 13.5-13.8 โวลท์ แบตเตอรี่อยู่ได้ 2 ปี กว่าก็เสื่อมหรือเสียแล้ว
ก็เลยเข้าใจว่าแรงดันไดชาร์จเกิน กว่าที่แบตเตอรี่รับได้ก็เลย
ทำให้น้ำกรดเดือด
รถคันไหนไดชาร์จเกิน 14 ประมาณ 14.1 ,14.2 โวลท์ จะใช้แบตเตอรี่ทนนานหลายปี
ส่วนใหญ่เจอ 13.5-13.8 โวลท์ แบตเตอรี่อยู่ได้ 2 ปี กว่าก็เสื่อมหรือเสียแล้ว
3 ความคิดเห็น:
รถผมเป็นอาการนี้เลยครับ แบตเตอรี่ร้อน ควรทำไงดีครับ
รถเก๋งซูซุกิ เซียส 2016
เปลี่ยนแบตลูกแรก ตอนรถได้ 2 ปี พอดี
แต่เมื่อเช้านี้มีสตา์ทเริ่มอืดแล้ว
เมื่อขับอยู่ลองดูโวลท์มิเตอร์ไม่เปิดไฟหรี่ จะชาร์จไป 13.7 แล้วก็ตกลงมาเหลือ 12.0
แต่พอเปิดไฟหรี่หรือไฟหน้า
โวลท์มิเตอร์จะไม่ตำกว่า 13.4
อาการนี้เป็นที่อะไรครับ
ตอนบ่ายๆจะไปสตาร์ทดูอีกทีครับว่าติดหรือไม่
ผมขับ120 เกจวัดขึ้น14.7-15-1 ปกติมั้ยครับ
แสดงความคิดเห็น